การแจ้งความดำเนินคดีลูกค้าที่ไม่ชำระค่าบริการ
การแจ้งความดำเนินคดีลูกค้าที่ไม่ชำระค่าบริการโดย Cy ศรีราชาที่พัก
เมื่อเปล่านานมานี้มีผู้อ่านเข้ามาสอบยิงคำถามว่าในกรณีที่ลูกค้าโรงแรมเข้ามาพัก พร้อมกับไม่ชำระค่าบริการของโรงแรมเปิดเปิงออกไปโดยไม่ทำการเช็คเอาท์และชำระเงินค่าบริการด้วยกันทางโรงแรมนั้นพนักงานควรจะต้องทำอย่างไร เพราะโรงแรมที่อุบัติเหตุนั้นสั่งให้พนักงานไปชัดเจนความดำเนินคดีกับลูกค้าซึ่งไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องในกรณีเช่นนี้นั้นพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ อยู่เวลาในโรงแรมต่างๆ ดำรงฐานะเพียงผู้ที่ทำตัวหน้าที่ไล่ตามที่ได้รับมอบหมายในแต่ละตำแหน่งหน้าที่เพียงเท่านั้น แต่การฟ้องร้องดำเนินคดีใดๆ ตรงนั้นจำเป็นจะต้องให้ผู้ที่อยู่มีอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากทางองค์กรที่จัดหามามีการมอบเงื้อมมืออย่างเป็นทางการจาก Managing Director หรือเจ้าของ ให้ดำเนินการแทนในกรณีที่ไม่สามารถ หรือไม่ประสงค์จะไปดำเนินการด้วยตนเอง
ในการประกอบธุรกิจโรงแรมของCy ศรีราชาที่พักที่มีการคัดลอกทะเบียนประเภทถูกต้องตามกฎหมายแล้วนั้น จะต้องมีการแต่งตั้ง "เจ้าสำนัก" ขึ้นมาเป็นผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการเคลื่อนธุรกิจของโรงแรมแทนนิติบุคคล หรือองค์กรที่เป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนั้น ซึ่ง "เจ้าสำนัก" จะครอบครองผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ ตามกฎหมายที่แขวนข้องกับการดำเนินธุรกิจโรงแรมแทนเจ้าของ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องเป้นผู้จัดการใหญ่/ผู้จัดการทั่วไป (General Manager) เสมอไป
กรณีที่ยกมาเป็นแบบอย่างนั้นเป็นบทบาทหน้าที่ของ "เทพารักษ์สำนัก" โดยตรงในการที่จะเป็นผู้แทนของโรงแรมในการเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานของรัฐเพื่อที่จะปกป้อง และรักษาผลประโยชน์ของธุรกิจจากผู้ที่ทำการละเมิด และทำให้โรงแรมได้รับความเสียหายในด้านต่างๆ หรือถ้าโรงแรมโดนฟ้องร้องจากผู้เสียหายต่างๆ "เจ้าสำนัก" ก็จะต้องเป็นบุคคลแรกที่ต้องเข้าไปรับผิดชอบแทนโรงแรมในเรื่องที่ถูกฟ้องร้อง
ถ้าเหตุแห่งการฟ้องครวญนั้นเกิดขึ้นจากความบกพร่อง หรือคดีผิดพลั้งเผลอจากการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานภายในโรงแรมและต้องมีการรับผิดชอบตามกฎหมาย "เจ้าสำนัก" ก็ต้องเป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีพร้อมกับพนักงานสิ่งโรงแรมต่อไปในลักษณะที่เรียกว่า "ไล่เบี้ย" นั่นเอง
การที่จะให้พนักงานเครื่องใช้โรงแรมไปแจ้งความดำเนินคดี ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากแขกหรือลูกค้าโรงแรมนั้นจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อเป็นการละเมิดส่วนบุคคลที่ทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้รับความเสียหายโดยตรง โดยที่มิได้เกี่ยวข้องกับทางโรงแรมจึงจะสามารถทำได้ แต่การที่ลูกค้าของโรงแรมไม่ชำระค่าบริการของโรงแรมแล้วหนีไปนั้นเป็นการกระทำที่โรงแรมได้รับความเสียหายโดยตรง เพราะไม่ได้รับเงินจากลูกค้ามาตามรายการค่าใช้จ่ายที่ทางโรงแรมได้มีการบันทึกไว้ ซึ่งถ้าไม่สามารถที่จะเรียกเก็บจากลูกค้าได้ ทางโฮเต็ลก็จะต้องทำการไล่เบี้ยกับพนักงานที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดหมายถึงการภายในต่อไป งานที่จะดึงเอาพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆ นั้นสามารถทำได้ในลักษณะของพยาน หรือผู้ร่วมก่อการเพียงเท่านั้น ไม่ใช่บุคคลหลักในคดีความต่างๆ
การที่ "เจ้าสำนัก" ปฏิเสธที่จะไปแจ้งความดำเนินคดีกับลูกค้าที่ต่อความเสียหายกับทางโรงแรมนั้น ถือได้ว่าเป็นการละเว้น หรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่มีอานาจตามที่ได้สารภาพมอบหมายและส่งข้อยุติเสียหายต่อการดำเนินธุรกิจของโรงแรม "เจ้าสำนัก" ก็สัมผัสเป็นผู้ที่รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบุคคลแรก
เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ศรีราชาที่พัก
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น